สมาธิในสังคมตะวันตก

วันที่ 02 มีค. พ.ศ.2559

 

สมาธิในสังคมตะวันตก    
 

คนอเมริกัน กับ สมาธิ              

            "Time" นิตยสารรายสัปดาห์ที่ทรงอิทธิพลอันดับหนึ่งของโลก ตระหนักถึงกระแสความนิยมเรื่องสมาธิที่เพิ่มขึ้น อย่างมหาศาลทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและยุโรป จึงได้นำเรื่องสมาธิเสนอเป็นข่าวใหญ่ประจำฉบับขึ้นหน้าปก

              นักวิทยาศาสตร์ก็ศึกษาวิจัยเรื่องสมาธิ แพทย์ก็เชียร์ให้นั่งสมาธิ ชาวอเมริกันนับสิบล้านคนก็นั่งสมาธิทุกวัน
             ถามว่า...นั่งไปทำไม ? ตอบว่า...ก็เพราะมันดีน่ะสิ ในสหรัฐอเมริกา คนอเมริกันสิบล้านคน นั่งสมาธิอย่างสม่ำเสมอ เป็นสองเท่าของ สิบปีก่อน สถานที่หลายแห่งในสหรัฐอเมริกา เช่น นิวยอร์กเปลี่ยนเป็นที่นั่งสมาธิเป็นจำนวนมาก คนเรียกแถบนั้นว่าแถบของชาวพุทธ นักเรียนนั่งสมาธิก่อนเข้าห้องเรียนทุกเช้า นักกฏหมาย นักธุรกิจ คนทำงานสาขาอาชีพต่างๆ นั่งสมาธิตามที่หน่วยงานของตน จัดให้นั่งอย่างสม่ำเสมอ ดาราภาพยนตร์ นักการเมือง นักเขียน ต่างก็นั่งสมาธิ

            การนั่งสมาธิทำให้ร่างกายมีสภาวะเหมือนก่อนจะหลับ แต่ไม่ได้หลับ มีสติรู้ตัวอยู่เสมอ และทำให้จิตใจสดชื่นแจ่มใส สมาธิยังช่วยขจัด ความขัดแย้งในจิตใจ ทำให้ใจนิ่ง ท่ามกลางความสับสน ว่าจะเอาอย่างไรดี เมื่อใจนิ่งแล้วจะเข้าใจสถานการณ์ และเรื่องราวต่างๆ ได้ดีขึ้น ยอมรับมันด้วยความสงบ และมีความสุขมากขึ้น แพทย์แนะนำให้คนไข้นั่งสมาธิเป็นประจำ  และสม่ำเสมอมากขึ้น เพราะผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ จากการสแกนคลื่นสมองพบว่า สมองจะมีระบบปิดกั้นเรื่องราวต่างๆ  ไม่ให้เข้ามาและไม่ส่งเรื่องเข้าไปย่อย ในส่วนลึกของเนื้อสมองอย่างเคย แต่ทำให้ระบบลิมบิค (Limbic System) ซึ่งเป็นส่วนควบคุมด้านอารมณ์และความจำดีขึ้น

               สมาธิช่วยทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้มากขึ้น สามารถรักษาโรคร้ายแรง เรื้อรัง เช่นโรคหัวใจ เอดส์ มะเร็ง ความดันโลหิตสูง โรคใจสั่น ฯลฯ นอกจากนี้พลังของสมาธิ ยังสามารถรักษาคนไข้ที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบ ร้อนแดงให้มีผิวใสขึ้น เป็น 4 เท่าของผู้ที่ไม่ได้นั่งสมาธิ นักเขียนที่เคยกินยาแก้เครียด มาเกือบจะตลอดชีวิต เมื่อนั่งสมาธิ ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งยาอีกต่อไป  ผู้กำกับการแสดงและดาราภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด ก็นั่งสมาธิ ทำให้ลดความกดดันจากอาชีพและความเป็นคนดังที่มีชื่อเสียง ทำให้มี ความสุขมากขึ้น รู้ตัวมากขึ้น มองเห็นสิ่งต่างๆมากขึ้น พัฒนาบุคลิกภาพให้สง่างาม ดูมีอำนาจมากขึ้น มองเห็นตัวเองได้มากขึ้น และรู้ว่าควรแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเองได้อย่างไร เพียงแต่นั่งเงียบและทำจิตใจให้สงบเท่านั้น

              สถานที่ฝึกสมาธิในปัจจุบัน เต็มไปด้วยชาวอเมริกันกระแสหลัก ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคม สมาธิเป็นเหมือน แหล่งสร้างความสดชื่นผ่อนคลายของบุคคลที่สมาร์ท ในการมาบรรจบรวมกันของศาสตร์ที่ลี้ลับของตะวันออกและวิทยาศาสตร์ ของตะวันตก การที่แพทย์ทั้งหลายยอมรับสมาธิ ไม่ได้เป็นเพราะกระแสนิยม แต่เป็นเพราะผลการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ได้แสดงให้เห็นว่า สมาธิให้ผลดีจริง

              สิ่งที่น่าตื่นเต้นจากงานวิจัยชิ้นใหม่ๆ คือ ทำให้เราทราบว่า สมาธิสามารถฝึกฝนจิตใจ และพัฒนาการทำงานของสมองได้อย่างไร สมาธิไม่เพียงแต่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด นำมาซึ่งความสงบและความจดจ่อในการทำสิ่งต่างๆเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มพูนความคิด สติปัญญา ได้อย่างมากมาย มีผู้กล่าวไว้ว่า "ฉันเกิดไอเดียใหม่ๆขึ้น เมื่อนั่งสมาธิ ถึงระดับที่ใจนิ่งมากขึ้นๆ  และไอเดียนี้มีความแจ่มชัด และทรงพลังมาก"

      คนไม่เชื่อเรื่องสมาธิ กลายเป็นคนกลุ่มน้อยในสหรัฐอเมริกาไปแล้ว แพทย์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด แนะนำคนไข้ให้นั่งสมาธิเป็นประจำ ฮิลลารี่ คลินตัน พูดถึงสมาธิ อัล กอร์ นั่งสมาธิ และแนะนำให้ทุกคนนั่งสมาธิด้วย สมาธิไม่ได้นิยมเพียงในหมู่ประชาชนทั่วไปเท่านั้น แต่ระดับผู้นำประเทศก็นั่งสมาธิ 
 

 

(จากนิตยสารไทม์ ฉบับวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2546)

 

...................................................................................................................................

 

" หนังสือ ศาสตร์แห่งสมาธิ The Science of Meditation "
โดย พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ M.D., Ph.D


    

**บทความ แนะนำ/เกี่ยวข้อง

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร