เตมิยชาดก พระเตมีย์ ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี

วันที่ 22 สค. พ.ศ.2560

พระชาติที่ ๑
เตมิยชาดก
พระเตมีย์ ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี

 

เตมิยชาดก พระเตมีย์ ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี

    เตมิยชาดกเป็นเรื่องราวในอดีตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงบำเพ็ญเนกขัมมบารมี โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน  (เนกขัมมะ หมายถึง การออกจากกาม, การออกบวช) ในพระชาตินี้ พระโพธิสัตว์ทรงสละราชสมบัติ เพื่อออกผนวชบำเพ็ญเนกขัมมบารมี โดยไม่อาลัยอาวรณ์กับความสุขทางโลก ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ทำได้ยากยิ่ง แต่ที่พิเศษยิ่งกว่านั้นก็คือ ทรงใช้ความอดทนอย่างยิ่งยวดตลอดเวลา ๑๖ ปี กว่าจะบรรลุเป้าหมายในการออกผนวช ดังนั้น การบำเพ็ญเนกขัมมบารมีของพระองค์จึงเป็นสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาสามัญยากจะทำได้ เข้าทำนองว่า “ยอมตาย ไม่ยอมเป็นทาสกิเลสกาม” นั่นเอง

 

เตมิยชาดก พระเตมีย์ ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี

ราชกุมาร ผู้ทรงหวาดกลัวภัยในนรก

    ในอดีตกาลพระโพธิสัตว์จุติจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มาบังเกิดเป็นพระราชโอรสของพระเจ้ากาสิกราช กษัตริย์เมืองพาราณสีและพระนางจันทาเทวี ทรงพระนามว่า “พระเตมิยกุมาร” หรือพระเตมีย์ ขณะที่ทรงมีพระชนมายุได้ ๑ เดือน ทอดพระเนตรเห็นพระราชบิดารับสั่งลงโทษพวกมหาโจร จึงทรงดำริว่า “ในอนาคตถ้าเราได้เป็นกษัตริย์ก็คงต้องสั่งให้เฆี่ยนตี หรือฆ่าฟันผู้อื่นเช่นเดียวกันและเมื่อตายไปก็จะต้องตกนรกอย่างแน่นอน” พระเตมีย์ทรงหวาดกลัวบาปกรรมเป็นอย่างยิ่งจึงทรงหาวิธีที่จะหนีออกจากพระราชวัง

 

เตมิยชาดก พระเตมีย์ ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี

ยอมทนทุกข์ ๑๖ ปี เพื่ออิสรเสรีที่แท้จริง

    นับจากนั้นเป็นต้นมา พระเตมีย์จึงทรงแกล้ง ทำเป็นคนง่อยเปลี้ย หูหนวก และเป็นใบ้ พระองค์ต้องทรงอดทนต่อการทดสอบของพระราชบิดา และเหล่าอำมาตย์ หลายประการ เช่น การเอาขนมรสอร่อยมาล่อ การเอาไฟ เอาช้าง และงูมาขู่เอาน้ำอ้อยมาทาตัวแล้วปล่อยให้แมลงวันมารุมดูดน้ำอ้อยทำให้ทรงเจ็บปวดราวกับถูกเข็มแทงทั่วตัวรวมทั้งเอาดาบมาวางที่พระศอ (คอ) แล้วทำท่าเหมือนจะตัดพระศอ เป็นต้น แต่พระเตมีย์ไม่ทรงหวั่นไหวทรงทำเป็นหูหนวก เป็นใบ้ และไม่เคลื่อนไหวเลยตลอดเวลา ๑๖ ปี ต่อมาโหรทำนายว่า พระเตมีย์เป็นตัวกาลกิณีพระราชบิดาจึงทรงรับสั่งให้นำพระองค์ไปฝังที่ป่าช้าผีดิบ

 

เตมิยชาดก พระเตมีย์ ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี

นำมหาชน สู่หนทางพ้นทุกข์

     ในป่าช้าผีดิบ พระเตมีย์ทรงแสดงให้นายสารถีรถม้าที่กำลังขุดหลุมฝังพระองค์เห็นว่า พระองค์ไม่ได้พิกลพิการแต่อย่างใดแต่ทรงปรารถนาที่จะออกผนวช บำเพ็ญเนกขัมมบารมี จึงทรงอดทนทำเป็นคนพิการนานถึง ๑๖ ปีนายสารถีได้กลับไปแจ้งข่าวแก่พระเจ้ากาสิกราชและพระนางจันทาเทวีทั้ง ๒ พระองค์ ได้เสด็จตามมาพร้อมด้วยข้าราชบริพารและชาวเมืองในที่สุดพระราชบิดา พระราชมารดา และผู้ติดตามต่างพากันออกบวชเป็นฤๅษี ฤๅษิณี จนได้สำเร็จอภิญญาสมาบัติเมื่อสิ้นอายุขัยได้ไปบังเกิดในพรหมโลก
 

เตมิยชาดก พระเตมีย์ ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี