อาหารคือยาหลัก

วันที่ 13 พค. พ.ศ.2560

การดูแลเรื่องอาหาร
อาหารคือยาหลัก "

 

GB 410 การรักษาสุขภาพตามพุทธวิธี , ความรู้ทั่วไปทางพระพุทธศาสนา , DOU , การดูแลเรื่องอาหาร , อาหารคือยาหลัก

    มีบางคนป่วยพร้อมๆ กับเพื่อนด้วยโรคเดียวกัน แต่หายป่วยเร็วกว่า เช่น นอนหลับสักตื่นเดียวก็หายแล้ว ขณะที่เพื่อนบางคนยังต้องนอนอีกสามวันห้าวันจึงหายป่วย หรือเป็นๆ หายๆ

     จากการสังเกตของหลวงพ่อพบว่า คนไหนก็ตามที่เมื่อป่วยแล้วมักก็จะนอนซมอย่างเดียว ไม่ยอมกินข้าว ไม่ยอมดื่มน้ำ ไม่ยอมลุกขึ้นเดิน ไม่ยอมลุกขึ้นนั่ง อั้นปัสสาวะ อั้นอุจจาระอีกต่างหาก คนไข้ประเภทนี้จะป่วยเรื้อรังหายยาก เพราะป่วยทั้งกายและใจ

       แต่ใครก็ตามที่ป่วยไข้แล้ว อดทนฝนใจปฏิบัติตนอย่างถูกต้องเหมาะสม เช่น เมื่อถึงเวลากินก็กิน จะกินได้มากน้อยเท่าไรก็ฝนกินเข้าไป เวลาปวดปัสสาวะหรืออุจจาระก็ไม่อั้นเอาไว้ฝนเดินไปเข้าห้องน้ำ ถึงเวลานอนก็นอน หลับไม่หลับก็ฝนหลับตานอน คนไข้ประเภทดูแลตัวเองเป็นอย่างนี้จะหายเร็ว

      ท่านเล่าถึงชีวิตในวัยเด็กว่า ตั้งแต่เล็กมาไม่เคยถูกตามใจขณะป่วยไข้เลย โยมพ่อเอาวินัยทหารมาอบรมให้ ป่วยแสนป่วยเพียงใดก็ตาม พอได้เวลากินข้าว บางทีก็โยมพี่สาวบ้าง บางทีก็โยมแม่บ้าง จัดข้าวปลาอาหารมาให้ เมื่อไม่อยากกินก็ปล่อยวางเอาไว้เฉยๆ เหมือนอย่างที่คนอื่นเขาเป็นกัน

      แต่เมื่อโยมพ่อเห็นเข้า ก็เอ็ดลั่นบ้านเลยว่า "ถึงเวลา ทำไมไม่กิน" ก็ตอบท่านไปว่า "ไม่หิวและก็ไม่อยากกิน"

        ท่านก็จะมีประกาศิตออกมาทันทีว่า "จะหิวหรือไม่หิว จะอยากหรือไม่อยาก เมื่อถึงเวลาแล้ว ต้องกิน"

    ทั้งนี้ก็เพราะไม่ว่าจะป่วยหรือไม่ก็ตาม เมื่อถึงมื้ออาหาร ร่างกายจะขับน้ำย่อยออกมาอาจจะมากหรือน้อยโดยอัตโนมัติ ถ้าเราไม่ใช้น้ำย่อยนั้น นอกจากมันจะกัดกระเพาะอาหารของเราแล้ว มันก็จะเสียและเกิดเป็นลมตีขึ้นมา ทำให้ท้องไส้ปันป่วนเอิกอ๊ากๆ ในที่สุดจะกลายเป็นว่า เริ่มต้นป่วยด้วยโรคหนึ่งแล้วยังมีโรคแทรกซ้อนอันเกิดจากการกินอาหารผิดเวลาเพิ่มขึ้นอีกโรคหนึ่งด้วย

      ยิ่งกว่านั้นโยมพ่อของพระเดชพระคุณหลวงพ่อยังสอนไว้ตั้งแต่ท่านยังเล็กว่า "ยาที่ดีที่สุดในโลก ไม่มีอะไรเกินข้าวปลาอาหารที่เรากินเข้าไปสิ่งนี้คือยาหลัก ยาอะไรๆ ที่มีในโลกนี้เป็นเพียงยาเสริมช่วยให้เราหายป่วยหายไข้ แต่ยาหลักก็คือข้าวปลาอาหารที่เรากินอยู่ทุกวันนั่นเอง เพราะฉะนั้นไม่ว่าเราจะกินยาอะไรก็ตาม ถ้าไม่ได้กินข้าวปลาอาหารแล้วฟนยาก ถึงแม้ป่วยหนักท่านก็จะบอกว่า ให้ฝนใจกินเข้าไปเถอะลูก อย่างน้อยก็เอาไปรองท้องไว้ ไม่ให้น้ำย่อยกัดกระเพาะ ไม่ให้น้ำย่อยเสียเปล่า และที่สำคัญก็คือ เพื่อไม่ให้ระบบย่อยอาหารรวน ทั้งนี้เพราะเมื่อน้ำย่อยหลั่งออกมาแล้วไม่ถูกใช้ วันหลังก็จะไม่หลั่งออกมาหรือหลั่งผิดเวลา" ซึ่งจะมีผลเสียตามมาอีกมาก

      ท่านจึงถูกฝึกไม่ให้ตามใจตัวเองมาตั้งแต่เล็ก ไม่ว่าจะเจ็บป่วยเพียงใดก็ตาม ถึงเวลาก็ต้องกินแล้วก็เลยได้อานิสงส์ คือ ไม่ว่าจะป่วยมากน้อยเพียงใด อย่างมากก็นอนไม่เคย เกินวันสองวันโรคภัยไข้เจ็บก็เผ่นหนีไปหมด เพราะท่านป่วยเฉพาะกาย แต่ใจไม่ได้ป่วยตาม

     ดังนั้น คนประเภทที่ป่วยแล้วใจตก ท้อแท้ นอนซม ไม่พยายามกระดุกกระดิก ทำตัวเหมือนคนใกล้ตาย คนประเภทนี้ อย่าว่าแต่เวลาป่วย แม้เวลาทำงานตามปกติก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ แต่ใครถ้าถึงเวลากิน แม้ไม่หิวก็ต้องกิน เพียงแค่นึกๆ ให้อยากกินเดี๋ยวก็กินได้ถึงเวลานอนแม้ไม่ง่วงก็ข่มตานอนได้ คนประเภทนี้กำลังใจ กำลัง ติปัญญามหาศาลเพียงไหนลองคิดดู แล้วจะมีอะไรอีกที่เขาทำไม่สำเร็จ

 

*----------------------------------------------------------------------------------------------------------*
หนังสือ GB 410 การรักษาสุขภาพตามพุทธวิธี
กลุ่มวิชาความรู้ทั่วไปทางพระพุทธศาสนา