สุขใจตลอดเวลา

วันที่ 31 พค. พ.ศ.2560

สุขใจตลอดเวลา

 

 

                      ความเป็นอยู่ของคุณยายเมื่อเข้ามาอาศัยในวัดปากน้ําใหม่ๆ ไม่สะดวกสบายนัก ที่นอนที่มีอยู่ก็เป็นเตียงไม้เก่าๆ เอียงๆ ผุพัง สกปรก และเต็มไปด้วยตัวเรือด ส่วนมุ้งก็ขาด ท่านจึงจัดการซ่อมแซม โดยต่อเตียงให้แข็งแรงและเช็ดจนสะอาดสะอ้านส่วนมุ้งก็นํามาปะชุนให้ใช้งานได้สุขใจตลอดเวลา

                      คุณยายนึกอยู่เสมอว่าท่านไม่ได้มาเพื่อแสวงหาความสะดวกสบาย แต่ท่านมาเพื่อศึกษาวิชชาธรรมกาย ถ้าต้องการความสะดวกสบายก็ควรจะอยู่ที่บ้าน แต่ในเมื่อมาอยู่วัดเพื่อเรียนธรรมะแล้ว สิ่งเหล่านี้จึงไม่ควรเป็นอุปสรรค คิดแล้วใจของท่านก็ชื่นบาน

                      ตกกลางคืนเมื่อคุณยายเข้านอนแล้ว ตัวเรือดที่ซุกซ่อนอยู่ตามรอยต่อของเตียงไม้ก็ออกมากัดท่าน คุณยายจึงต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาจับตัวเรือดใส่กระโถนโดยนําผ้าเช็ดหน้าที่ไม่ใช้แล้วมาวางรองในก้นกระโถน แล้วค่อยๆ จับตัวเรือดใส่ลงไป จากนั้นจึงนํากระดาษแข็งปิดปากกระโถนเอาไว้พอตัวเรือดกัดทีหนึ่ง ก็ตื่นขึ้นมาจับตัวเรือดใส่กระโถนครั้งหนึ่ง แล้วปิดกระดาษแข็งเอาไว้เป็นเช่นนี้ตลอดทั้งคืน ถึงตอนเช้าก็นําไปปล่อย ให้ชีวิตสัตว์เป็นทาน ใจของท่านก็ปลื้ม อยู่ตลอดเวลา ท่านทําอย่างนี้จนกระทั่งจับตัวเรือดได้หมดเรียบร้อย ไม่มีเหลือให้ปล่อยอีก เตียงของท่าน จึงสะอาดหมดจดทุกซอกทุกมุม

                     ด้วยความที่คุณยายเป็นคนสันโดษ มักน้อยยินดีตามมีตามได้แม้จะได้รับเตียงผุพัง และมุ้งทั้งเก่าทั้งขาด ท่านก็ยังมีความพึงพอใจ นํามาซ่อมแซม และทําความสะอาดจนกระทั่งสามารถใช้งานได้ท่านไม่เคยบ่น ไม่เคยกล่าวคําผรุสวาท พูดแต่คําดีๆ เป็นคําที่ไพเราะ ใครอยู่ใกล้ท่านก็เย็นอกเย็นใจ เตียงของท่านสะอาดมาก ใครได้นั่งก็รู้สึกสบาย บริเวณเตียงของท่านจึงกลายเป็นสโมสรเล็กๆ ที่ชุมนุมของนักรบ กองทัพธรรมผู้ที่ทําวิชชาด้วยกัน เป็นสโมสรของคนดี มีศีลธรรมในที่สุด

                    ทุกคนล้วนมีสิทธิ์ตัดสินด้วยตนเองว่าอยากจะ หาความสุขหรือความทุกข์ใส่ตัว ถ้าเราจะหาความสุข ก็ต้องคิดแบบหนึ่ง แต่ถ้าต้องการหาความทุกข์ก็ต้องคิดอีกแบบหนึ่ง ทุกอย่างล้วนอยู่ที่ใจของเราเอง เหมือนอย่างคุณยายที่คิดว่า แม้มีเตียงเก่าชํารุดก็ยังดีกว่าไม่มีเตียง ถ้าเตียงพังเราก็สามารถซ่อมได้แต่ถ้า ไม่มีเตียงเราก็ต้องนอนที่พื้น วิธีคิดของท่านแบบนี้ทําให้ท่านมีแต่ความสุขอยู่ตลอดเวลา