ตามรอยพระมงคลเทพมุนี

วันที่ 03 สค. พ.ศ.2560

ตามรอยพระมงคลเทพมุนี

 

พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) , พระผู้ปราบมาร , หลวงพ่อวัดปากน้ำ , วัดปากน้ำภาษีเจริญ , หลวงปู่สด , หลวงพ่อสด , ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย , วิชชาธรรมกาย , ธรรมกาย , ตามรอยพระมงคลเทพมุนี , วิสุทธิวาจา , ประวัติหลวงพ่อสด , ประวัติพระมงคลเทพมุนี , รวมพระธรรมเทศนา หลวงพ่อวัดปากน้ำ ,  สมาธิ , วิปัสสนา , สัมมาอะระหัง , หลวงพ่อวัดปากน้ำ , ตามรอยพระมงคลเทพมุนี

 

                     จุดหมายปลายทางที่หลวงพ่อวัดปากน้ำจะไปนั้น เป็นปลายทางที่ยังไม่เคยมีใครไปถึง มันอาจจะดูห่างไกลอยู่ในตอนนี้ แต่ด้วยหัวใจของนักสู้ที่จะไม่มีวันยอมแพ้ให้มารบังคับกดขี่อยู่ตลอดไปได้ หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านจึงได้แสวงหาหนทางของเอาชนะการบังคับของมารนั้น และท่านก็ได้พบวิธีการนั้นแล้ว กับทั้งยังได้บอกวิธีการและทำให้ดูเป็นตัวอย่างตลอดอายุขัยของท่าน

                     เป็นโอกาสอันดีที่ความรู้ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำค้นพบยังคงมีอยู่ให้ศึกษา ทำความเข้าใจกันในปัจจุบันนี้ แต่หากจะไม่ดีอยู่บ้างก็ที่ปัจจุบันนี้หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านมรณภาพไปเสียแล้ว คงเหลือเพียงความรู้สึกที่ว่าจะตาม รอยหลวงพ่อวัดปากน้ำสร้างบารมีไปกับท่านได้อย่างไร ซึ่งหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านได้เมตตาชี้แนะไว้ในพระธรรมเทศนา เรื่องปัพพโตปมคาถา เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๗   ว่า

                     "ถ้ารู้สึกเช่นนี้ละก็ จงอุตส่าห์ว่าตั้งแต่นี้ไป เราจะช่วยเหลือแก้ไข ด้วยประการใดประการหนึ่งท่านรบศึกสำคัญอย่างนี้ ถ้าได้ชนะละก็ เราชนะด้วย เราต้องสนับสนุนด้วยทางใดทางหนึ่งให้สมควรทีเดียว"

                     ไม่ว่าใครก็ตามจะทำอะไรอยู่ที่ไหน เมื่อถึงที่สุดแล้วก็ได้สำเร็จ หมดแก่ หมดเจ็บหมดตาย ไปด้วยกันทุกคน การสนับสนุนด้วยทางใดทางหนึ่งตามแต่ที่ตนเองจะถนัดก็มีส่วนร่วมในการสู้รบกับมารในครั้งนี้ด้วย มีทรัพย์ช่วยด้วยทรัพย์ มีแรงช่วยด้วยแรงมีกำลังสติปัญญาช่วยด้วยกำลังสติปัญญา มีสิ่งใดก็ใช้สิ่งนั้นมาสนับสนุนให้การช่วยเหลือเพราะเมื่อไปถึงที่สุดแล้วก็จะได้สำเร็จไปด้วยกัน

                     วิธีการไปสู่จุดที่สุดที่เอาชนะการบังคับของมารนั้นมีอยู่วิธีการเดียวคือ ต้องรวมทีมของผู้ที่ได้ เข้าถึงธรรมกายแล้ว มาปฏิบัติงานทางจิตตลอด ๒๔ ชั่วโมงที่หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านทำให้ดูเป็นตัวอย่างแล้ว

                     ต้องทำไปเป็น "ทีม" วิธีการเดียวเท่านั้น ไม่สามารถจะกระทำได้ด้วยวิธีการ"ตัวคนเดียว" เลย

                     การทำวิชชาเพื่อไปให้ถึงที่สุด จึงไม่อาจจะทำได้ด้วยการอ่านตำรับตำราที่มีการเขียนบันทึกวิธีการทำเอาไว้ เพราะหลักสำคัญอยู่ที่การทำเป็นทีม เป็นทีมที่มีมโนปณิธานไปสู่ที่สุดด้วยกัน งานใหญ่อย่างนี้จึงไม่อาจกระทำได้ด้วยลำพังคนเดียว

                     หากมุ่งหวังการไปสู่นิพพานแล้ว การศึกษาหลักการปฏิบัติจนเข้าใจแล้วนำไปปฏิบัติก็สามารถกระทำได้ ดังตัวอย่างที่มีปรากฏในพระไตรปิฎกมากมายที่กล่าวถึงการทำเร็จอรหัตผลของพระอรหันต์ทั้งหลายที่เมื่อได้เรียนธรรมเป็นที่เข้าใจแล้วก็ไปแสวงหาที่วิเวกบำเพ็ญเพียรทางจิตของแต่ละองค์ไป และในที่สุดท่านก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์สมความตั้งใจ

                    แต่การไปให้ถึงที่สุดนั้น แตกต่างไปจากการสร้างบารมีในรูปแบบต่างๆที่ผ่านมา ดังนั้น หากจะมีการกล่าวอ้างแจกตำราให้นำไปปฏิบัติทำวิชชาปราบมารด้วยตัวเองที่บ้านแล้ว ก็ดูจะเป็นเรื่องเลอะเลือน เพราะหากศึกษาประวัติชีวิตและคำสอนของหลวงพ่อวัดปากน้ำแล้ว ก็จะรู้ว่าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้เลย

                   การสู้รบกับมารมิได้กระทำด้วยโทสะที่มีความดันทุรังที่จะเอาชนะให้ได้ วิธีการมีเพียงวิธีเดียว คือ การกลับเข้าไปสู่ความบริสุทธิ์ของตนเอง การต่อสู้เป็นการทำที่ไม่ประกอบด้วยความทุกข์ยากลำบาก เหมือนการเข้าสู่สมรภูมิในทางโลกทุกย่างก้าวของการต่อสู้กลับมีความสุข มีความง่าย มีความสบายไปตลอดเส้นทาง เป็นการต่อสู้ที่เรียกเอาความสุข ความบริสุทธิ์กลับคืนมาให้สู่ตัวเองและมวลมนุษยชาติ

                    ตลอดระยะเวลาเกือบ ๓๐ปี ขณะที่หลวงพ่อมีชีวิตอยู่ท่านใช้ชีวิตร่วมกับผู้ที่ได้เข้าถึงธรรมกายอยู่แต่ในวัดปากน้ำ ไม่ยอมไปแรมราตรี ณที่ใด บุคคลที่อยู่ในที่แห่งเดียว นั่งและนั่ง นิ่งและนิ่ง ดู ภาพภายนอกเหมือนชีวิตที่ถูกกักขังให้อยู่ในอิริยาบถเดียวอยู่ในสถานที่แห่งเดียวเป็นเวลานานๆ แต่บุคคลที่ได้ใช้ชีวิตอย่างนี้กลับเป็นผู้มีความสุขพอใจที่จะได้อยู่ใน ภาวะเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าไม่มีหนทางการใช้ชีวิตที่ดีกว่านี้ แต่เพราะการใช้ชีวิตอย่างนี้ดีกว่าหนทางการดำเนินชีวิตอย่างอื่น

                     พวกหนึ่งอยู่นอกโรงงานทำวิชชาทำงานสนับสนุนอยู่ภายนอก อีกพวกหนึ่งอยู่ในโรงงานทำวิชชา ปฏิบัติงานทางจิต หลวงพ่อได้กล่าวถึงพวกที่อยู่ในโรงงานทำวิชชาที่มีความสามารถในการทำวิชชาเป็นแล้วว่า

                     "พวกที่เป็นแล้ว ตั้งใจแน่วแน่ว่า ตั้งแต่วันนี้ไปเราไม่ถอยหละ เกิดมาเราไม่(เคย)พบวิชชา (อย่าง)นี้ เราจะต้องสู้ อย่างอื่นสู้ไม่ได้ทั้งนั้นเราจะหันสู้(ด้วย)วิชชานี้กันสุดฤทธิ์สุดเดช เอาให้ถึงหมดเจ็บ หมดแก่หมดตายของพระยามารให้ได้ ให้พระยามารแพ้ให้ได้"

(จาก พระธรรมเทศนา เรื่องปัพพโตปมคาถา วันที่ ๒  มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๗   )

 

                      เหมือนดั่งเป็นกองทัพที่มีนักรบ และมีผู้บัญชาการรบ หลวงพ่อรวมทีม รวมทัพเพื่อการทำวิธีการพิเศษที่ไม่มีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ณที่แห่งใด

                       บุคคลผู้เข้าถึงธรรมกาย ผู้มีมโนปณิธานร่วมกันในการทำงานให้มารหมดสิ้นไปได้มารวมกันทำงานอยู่ในสมรภูมิที่ดูจากภายนอกเป็นเพียงห้องที่เหลี่ยมเล็กๆ ไร้การติดต่อจากบุคคลภายนอก ยังสังขารอัตภาพร่างกายให้เป็นไปด้วยอาหารที่ส่งมาให้เท่านั้น

                       ในสมรภูมิที่พร้อมรบ ๒๔ ชั่วโมง ไม่มีการพักรบ มีแต่การผลัดเปลี่ยนเวรกันไปทำหน้าที่ ไปสู่ความละเอียดที่ประณีต ลึกซึ้งลงไปสู่ดินแดนภายในกายที่ไม่มีการเรียนรู้จากที่ใดมาก่อน ไปสู่ความรู้ที่มีความบริสุทธิ์ที่หลุดพ้นจากกรอบบังคับของพระยามาร

                        ทหารนักรบผู้เข้าถึงธรรมกาย และหลวงพ่อวัดปากน้ำไปทำหน้าที่เช่นนั้นจนกระทั่งหลวงพ่อวัดปากน้ำมรณภาพไป

                        ธงชัยที่โบกพริ้วอยู่ได้ลับลงไปเสียแล้ว นักรบที่ขาดผู้บัญชาการรบ ไหนเลยจะต้านทานอยู่กรำศึกกับพระยามารได้ ไม่นานนัก นักรบก็ต้องกระจัดกระจายกันไปกองทัพธรรมที่เคยรวมทีมกันสู้ ก็ สลายทัพไป คงเหลือแต่ความเวิ้งว้างของอนาคตว่าจะเป็นเช่นไร

                         วันเวลาผ่านไป ผ่านไปอย่างไม่อาจคาดคะเนได้ว่าจะมีบ้างไหมที่จะมีใครสักคนที่มีน้ำใจอาจหาญ ในการดำเนินตามรอยหลวงพ่อวัดปากน้ำบ้าง

๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๘ ท่ามกลางผู้ชุมนุมที่มารวมกันเรือนหมื่น บุรุษผู้หนึ่งได้ประกาศในท่ามกลางผู้ที่มาร่วมชุมนุมว่า

                         "ธรรมธาตุเหล่านี้มีอยู่แล้ว ดวงธรรมก็มีอยู่แล้ว กายมนุษย์ละเอียดก็มีอยู่แล้ว กายทิพย์ กายพรหม กายอรูปพรหม กายธรรมต่างๆ มีอยู่แล้ว ไม่ใช่ตัวของเราไปทำให้มี เพราะฉะนั้น ผู้ที่ไม่เข้าใจก็ว่า เป็นนิมิตหลอก เป็นนิมิตลวง อะไรต่างๆ เหล่านั้น เพราะเขาเข้าไม่ถึงถ้าเข้าถึงแล้วไม่พูดอย่างนั้น ของเหล่านี้มีอยู่แล้ว เป็น "ตถตา" เป็นของที่มีอยู่ ไม่ว่าจะมีพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม กายเหล่านี้ ภพเหล่านี้ก็มีกันอยู่ มีมาตั้งแต่เมื่อไรยังไม่มีใครทราบ ยังไม่มีศาสดาใดๆได้กล่าวถึง ว่ามีมาตั้งแต่เมื่อไหร่

                         หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญท่านมุ่งเข้าไปแสวงหาตรงจุดตรงนี้ว่า มีมากันตั้งแต่เมื่อไรที่เป็นตถตานี้ กายมนุษย์ละเอียด กายมนุษย์หยาบมาจากไหน กายมนุษย์ละเอียดทิพย์ พรหม อรูปพรหม กระทั่งกายธรรมสาวไปหาเหตุเข้าเรื่อยๆ หมดอายุขัยของท่านแล้วยังไปไม่หมดท่านก็ตั้งความปรารถนาว่า มาเกิดอีกก็จะต้องต่อความรู้อันนี้ต่อไปอีกให้พบว่ามาจากไหนสิ่งที่มีอยู่แล้ว เป็นอยู่แล้วนี้

                        หลวงพ่อก็เช่นเดียวกัน มีความตั้งใจอย่างนี้เหมือนกัน หลวงพ่อธัมมชโยมีความตั้งใจ ตั้งมั่นมายาวนานทีเดียว ๓๐ กว่าปี ๓๒ปีแล้ว เมื่อรู้ความเป็นมาต่างๆทั้งหมดของตัวเองแล้ว ก็มุ่งทีเดียวว่า ธรรมธาตุเหล่านี้แต่เดิมมาจากไหน มาอย่างไรที่มันมีอยู่แล้ว ต้องไป สืบให้ถึงที่สุดของธาตุธรรมของตัวเอง

                        ถ้าไปไม่ถึงสุดๆ ก็ยังเป็นบ่าวเป็นทาส เขา มีความตั้งใจที่จะไปค้น ไปศึกษาสิ่งเหล่านี้ เพราะเป็นสิ่งที่น่าศึกษา จะช่วยตัวเองให้พ้นทุกข์ และมันเป็นความรู้ที่ยิ่งรู้ ยิ่งเบิกบาน ยิ่งรู้ยิ่งบริสุทธิ์เป็นความรู้คู่กับความบริสุทธิ์เป็นความรู้คู่กับความสุข เป็นความรู้คู่กับความดี เป็นความรู้ที่น่าจะรู้ทีเดียว มีความตั้งใจมาตั้งแต่ปี ๐๗  (๒๕๐๗ ) ตั้งใจเรื่อยมาเลยแต่มาติดภาระกิจเกี่ยวกับการก่อสร้าง จึงทำให้สะดุดชะงักงันทีเดียวปีนี้อายุ ๕๑ปี มีความตั้งใจทีเดียว ถ้าสองสิ่งนี้ (มหาวิหารพระมงคลเทพมุนีและธรรมกายเจดีย์)บรรลุเป้าหมาย จะหยุดเกี่ยวกับเรื่องภารกิจด้านหยาบนี้ จะสงวนเวลา เพื่อที่จะแสวงหาถึงที่สุดแห่งธรรมนั้น"

                        ปัจจุบันคณะศิษยานุศิษย์ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดวิชชาจากหลวงพ่อวัดปากน้ำมาทาง คุณยายอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ มีพระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) เป็นผู้นำในการปฏิบัติธรรมตามที่หลวงพ่อวัดปากน้ำให้ไว้ท่านได้ประกาศท่ามกลางสาธุชนเรือนหมื่นในการดำเนินตามรอยหลวงพ่อวัดปากน้ำเช่นกัน

                        นับเป็นโอกาสอันดีที่เปิดกว้างสำหรับผู้มีใจปรารถนาจะตามรอยหลวงพ่อวัดปากน้ำไปด้วยกัน หากท่านพร้อม ตกลงปลงใจตนเองว่าจะอยู่เป็นแนวสนับสนุนภายนอกหรือจะร่วมเข้าสู่สมรภูมิรบ เมื่อผู้นำมีความพร้อม เมื่อนั้นเราจะได้เริ่มงานที่แท้จริงงานที่รวมทีมผู้ที่ได้เข้าถึงธรรมกายปฏิบัติงานทางจิต ตลอด ๒๔ชั่วโมง

                        ชีวิตต้องหมดสิ้นไป ไทยจะอยู่อย่างยอมแพ้ให้ความแก่ ความเจ็บ ความตายบีบคั้นอยู่เช่นนั้น เพราะหนทางแห่งชัยชนะมีอยู่ เส้นทางสายนี้ไม่ได้ไปนอกตัว แต่เป็นเส้นทางภายในตัว เป็นทางสายกลางที่เริ่มจากกลางกายเราทุกคนนั่นเอง

                       วันเวลาข้างหน้าที่มีอยู่หวังว่าสักวันหนึ่งที่หลวงพ่อวัดปากน้ำกลับมาเกิดสร้างบารมีอีกครั้ง จะได้อยู่ร่วมรบธรรมกรำศึกไปให้ถึงที่สุดพร้อมกันกับท่านให้จงได้

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร