พระสูตรสำคัญในวิชาจักรวาลวิทยา(ต่อ)

วันที่ 10 มค. พ.ศ.2563

สาระสำคัญจากการศึกษาจักรวาลวิทยา

พระสูตรสำคัญในวิชาจักรวาลวิทยา

จักกวัตติสูตร

                                         พระพุทธองค์ทรงแสดงพระสูตรนี้ ให้เห็นถึงความเสื่อมถอยของอายุมนุษย์อันเนื่องมาจากศีลธรรม ซึ่งเป็นแก่พระภิกษุทั้งหลาย ณ เมืองมาตุลาในแคว้นมคธ ทรงปรารภเหตุแห่งการแสดงธรรมตามโอกาสเมื่อตรัสเรียกพระภิกษุทั้งหลายมาแล้ว ทรงแสดงธรรมมีใจความว่าจักกวัตติสูตร

 

                                         ภิกษุทั้งหลายให้มีตนเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นที่พึ่ง อย่าพึ่งสิ่งอื่น แล้วทรงแสดงวิธีที่จะพึ่งตนเอง พึ่งธรรม โดยให้พิจารณา สติปัฏฐาน 4 และแนะนำให้ไปยังที่โคจร เพื่อปฏิบัติตามที่พระองค์แนะนำ มารก็จะไม่ได้ช่องทางในการขัดขวาง บุญก็เจริญขึ้น เพราะเหตุที่ยึดมั่นในธรรมทั้งหลายที่เป็นกุศล
จากนั้นพระองค์ทรงยกตัวอย่างขึ้นแสดง มีใจความสรุปว่า

 

                                         มีพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่า ทัฬหเนมิ เป็นราชาผู้ปกครองโดยธรรม ทรงเป็นใหญ่ในแผ่นดิน มีอาณาจักรกว้างใหญ่ สมบูรณ์ด้วยแก้ว 7 ประการ กาลเวลาผ่านไปหลายพันปี พระองค์ทรงเรียกนายทหารมาสั่งให้เฝ้าดูจักรแก้วของพระองค์ ถ้ามีการถอยเคลื่อนให้แจ้งความนั้นแก่พระองค์ เวลาผ่านไปอีกหลายพันปีจักรแก้วเคลื่อน ทหารนั้นจึงไปแจ้งความที่ จักรแก้วเคลื่อนนั้นแก่ พระเจ้าจักรพรรดิทัฬหเนมิ


                                        พระเจ้าจักรพรรดิตรัสเรียกราชโอรสองค์โตมา ทรงมอบราชสมบัติ แล้วออกผนวชเป็นฤๅษีเมื่อผนวชได้ 7 วัน จักรแก้วก็อันตรธานไป พระราชาผู้เพิ่งครองราชย์เสียพระทัย จึงเข้าไปกราบทูลพระราชฤๅษี ทรงแนะนำให้ประพฤติจักกวิตติวัตร คือ ข้อปฏิบัติสำหรับพระเจ้าจักพรรดิ เมื่อพระราชาปฏิบัติตามจักกวัตติวัตรแล้ว ในวันขึ้น 15 ค่ำ จักรแก้วก็บังเกิดขึ้น

 

                                         จากนั้นพระราชาทรงปกครองทวีปทั้ง 4 โดยธรรม กาลเวลาผ่านไปยาวนานหลายพันปี พระราชาแต่ละพระองค์ทรงทอดจักกวัตติวัตรเรื่อยมา จนกระทั่งถึงยุคพระราชาพระองค์หนึ่ง เมื่อจักรแก้วจะเคลื่อน จึงเรียกพระราชโอรสองค์โตมาแล้ว ราชาภิเษกให้เป็นพระราชา พระองค์ทรงผนวชเป็นพระราชฤๅษีตามราชประเพณี ที่ทำสืบต่อกันมา เมื่อผนวชแล้วไม่นานจักรแก้วก็อันตรธาน พระราชาผู้เพิ่งทรงราชาภิเษกเสียพระทัย แต่มิได้ไปพบพระราชฤๅษี


                                        ดังพระราชาพระองค์ก่อนๆ ทรงปกครองบ้านเมืองตามความเห็นของตน ไม่ได้ประพฤติตามจักกวัตติวัตร ความเจริญของบ้านเมืองจึงเสื่อมถอยลง อกุศลกรรมก็มากขึ้น เมื่อพระราชาไม่พระราชทานทรัพย์ ความขัดสนก็แพร่หลายไปทั่วเมือง เมื่อความขัดสนแพร่หลาย ก็เกิดการลักขโมย เมื่อขโมยเกิดขึ้นก็มีการปาณาติบาต ฆ่าคนทำผิด เมื่อการฆ่าเกิดขึ้น อายุคนก็เริ่มเสื่อม ถอยลงเรื่อยๆ

 

                                         จาก 80,000 ปี จนกระทั่งเหลือ 10 ปี ด้วยอำนาจแห่งอกุศลกรรม เมื่ออายุ 10 ปี หลังจากมีการฆ่าฟันทำลายล้างครั้งใหญ่ บางพวกหนีเข้าป่า สมาทานกุศลธรรมให้ยิ่งๆ ขึ้นไป อายุขัยของมนุษย์ก็เพิ่มขึ้นตามลำดับจาก 10 ปี จนถึง 80,000 ปี


                                         ในยุคที่มนุษย์มีอายุ 80,000 ปี จะมีพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสังขะ บังเกิดขึ้นปกครองทวีปทั้ง 4 และในสมัยเดียวกันนั้นพระพุทธเจ้าพระนามว่า พระศรีอาริยเมตไตรยจะมาบังเกิดขึ้น ยังโลกนี้ให้สว่างไสว ด้วยแสงแห่งธรรมอีกครั้งหนึ่ง พระเจ้าสังขะจักทรงบวชในสำนักของพระศาสดาพระองค์นั้น
เมื่อบวชแล้วก็ทรงประพฤติธรรม ได้บรรลุธรรมนั้น


                                          เมื่อทรงแสดงตัวอย่างจบลง พระพุทธองค์ตรัสสรุปให้พระภิกษุ มีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง ให้เจริญสติปัฏฐาน ประพฤติธรรมในที่โคจรตามประเพณีสืบปฏิบัติมา จะทำให้เจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ โภคะ พละ และทรงแสดงวิธีปฏิบัติเพื่อความมีอายุวรรณะสุขะ โภคะ พละ


                                          สุดท้ายพระองค์ทรงแสดงถึงกำลังของมารที่ข่มได้ยาก และตรัสว่า การที่จะทำให้บุญเจริญขึ้นได้ต้องยึดมั่นในกุศลธรรมทั้งหลาย

จากหนังสือ DOU
           วิชา GL 101 จักรวาลวิทยา
                                 กลุ่มวิชาเป้าหมายชีวิต

 Total Execution Time: 0.010706281661987 Mins